ศรีตรังที่เชี่ยวหลาน
posted on 24 May 2011 23:13 by juayjaewjraja
บ่ายสาม...
ฉันทรุดตัวลงใต้ต้นสีตรังที่ยืนต้นขาวๆ
แผ่กิ่งก้านโดดเด่นตัดกับท้องฟ้าสีฟ้าสด
เนินหญ้าสีเขียวชวนให้ฉันถอดรองเท้า
เหยียบย่ำลงไปบนความชื้นอุ่นของมัน
ฉันเลือกที่นั่งอย่างระมัดระวัง
คอยมองไม่ให้ไปนั่งทับเจ้ากลีบดอกไม้
สีม่วงอ่อนบอบบาง ยังพราวหยดน้ำ
ทั้งที่น่าจะระเหยไปหมดแล้ว
เพราะแดดกล้าที่แผดเผา
ฉันปล่อยข้าวของในมือ
หลอดสีน้ำหลายหลอดกระจายออกจากกล่อง
ย่อตัว ผ่อนมือวางแก้วน้ำลงอย่างแผ่วเบา
แต่ก็ยังไม่วาย โอนเอนจนล้มลง
รดน้ำสนามหญ้า ไปกว่าครึ่งแก้ว
ทรุดตัวลง
แผ่นหลังครูดกับเปลือกไม้ที่ฉีกเผยอเบาเบา
พื้นชื้นอุ่น แผ่นหลังเย็นกว่าที่คิด
แขนขาถูกแดดเผา เพราะใบเจ้า
ช่างละเอียดและโปร่งบางเหลือเกิน
มีเพียงเงาเส้นหนึ่งจากลำต้นที่ทอดไปเบื้องหน้า
แผ่กิ่งก้านสาขาเหมือนร่มมุ้งที่บอบบาง
หากมุ้งนั้นอยู่เลยฉันไป...
ถ้าอยากอาศัยก็ต้องเสียสละหมอนอิงที่โคนต้น
ถอนหายใจ...ตาทอดตรง
ภูเขาช่างสวยงาม ยิ่งใหญ่ และซับซ้อน
เมฆช่างหลามล้น เรี่ยปุยล้อคมเขา
แข้งขาเริ่มยุบยิบ ด้วยคมหญ้า
ความชื้น และแมลง
ลงน้ำปราดปราด บนกระดาษ
เลือกสีสัน วาดพู่กัน ละเลงสี
แต่งนิดเน้นหน่อยสังเกตเงา
เหลือบมองข้างตัวหลายครั้ง
ในเขียวของหญ้า ไม่ได้มีแต่หญ้า
ในม่วงของดอกไม้ ไม่ได้มีแต่ม่วงอ่อนสดใส
เขียวมีทั้งเขียวแก่ เขียวเข้ม เขียวสด อมน้ำตาล
ม่วงน้อยหวานนิด ม่วงเข้มตัดขาว
และม่วงอมแห้ง ที่เหี่ยวหดย่นยู่
ได้ภาพใบเล็กมาสองใบ
เพื่อนที่รออยู่ในร่มต่างแปลกใจ
ท้องฟ้า ทิวเขาออกกว้างใหญ่
ทำไมจึงได้ดอกไม้กระจ้อยร่อย
กับหญ้าแหลมปนใบไม้ใบมนใบจิ๋วมา
ฉันอมยิ้มกับคำที่เพือนว่า
คนที่ได้โปสการ์ดจากแกต้องสำคัญมากแน่
เพราะลงทุนไปนั่งวาดกลางแดดนานขนาดนี้
ตอนนี้ทั้งสองภาพมีเจ้าของเรียบร้อยแล้ว
เพียงแต่เจ้าของยังไม่รู้ตัวเท่านั้นเอง